โรคที่มาพร้อมกับ “ฤดูหนาว”

โรคที่มาพร้อมกับ “ฤดูหนาว”

                เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ร่างกายก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะอากาศที่เย็นสบายเป็นตัวการชั้นดีในการกระจายของไวรัส จึงต้องระวังโรคที่มากับฤดูหนาว

มารู้จัก 7 โรคที่จะทำให้คุณป่วยได้ในฤดูหนาว
1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสอินฟลูเอ็นซาไวรัส (influenza virus) มีอาการหนาวสะท้าน มีไข้ คัดจมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะรุนแรง การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรดื่มน้ำให้มาก รับประทานยาหรือฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หยุดพัก ผ่อน ใช้หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ และใช้ยาที่ถูกต้องจากแพทย์

01_58art_42215614

2. โรคไข้หวัด (Common cold) เป็นโรที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ มีลักษณะอาการใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอเป็นอาการเด่น การป้องกันโรคไข้หวัดยังไม่มีวัคซีนป้องกันเนื่องจากมีเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำ ให้มาก และรับประทานยาตามอาการ เช่น หากมีอาการเจ็บคอ เลือกรับประทานยาแก้ไอขับเสมหะ
3. โรคปอดบวม (Pneumonia) หรือภาวะการอักเสบของปอด สาเหตุมักจะอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วยและสามารถแพร่กระจายออกมาเวลาไอ จาม นอกจากนี้ยังเกิด จากการ ดม สารเคมี เช่น แอมโมเนีย ไนโตรเจน ไดออกไซด์ หรือการสำลักน้ำลายเศษอาหารและน้ำย่อย เบื้องต้นจะมีอาการไอ คัดจมูกก่อนและจะเริ่มด้วยไข้สูง มีอาการหนาวสั่น หายใจหอบ มีการเจ็บหน้าอกบริเวณที่อักเสบ การป้องกันโรคปอดบวมทำได้โดยหลีกเหลี่ยงจากคนปอดบวม ดื่มน้ำมากๆ และฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดปอดบวม
4. โรคหัด (Measles) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่ารูบีโอราไวรัส (rubeola virus) เกิดจากการไอ จามรดกันโดยตรงหรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ที่ลอย อยู่ในอากาศเข้าไป มีอาการไข้ มักไอแห้งตลอดเวลา มีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดง เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน จึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปยังหน้าและร่างกาย โรคหัดสามารถ ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพียงครั้งเดียวในช่วงที่เด็กมีอายุ 9-12 เดือน
5. โรคหัดเยอรมัน (Rubella) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสรูเบลลาไวรัส (Rubella virus) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการ ไอ จาม หรือหายใจรดกัน เช่นเดียวกับ ไข้หวัด หรือหัด ที่พบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มีอาการไข้และออกผื่นคล้ายหัด แต่มีความรุนแรงและโรคแทรกซ้อนน้อยกว่าหัด มีลักษณะเฉพาะคือผื่นเป็นเม็ดละเอียดสีแดง กระจัดกระจาย ทั่ว ร่างกายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น และจะหายไปภายใน 3 วัน ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตามช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

7ResizeDSCF0854

6. โรคไข้สุกใส (Chickenpox/Varicella) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาไวรัส (Varicella virus) หรือ Human herpesvirus type 3 ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำ โดยตรงหรือสัมผัสถูก ของใช้ที่เปื้อนตุ่มน้ำของคนที่เป็นสุกใส หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ จะมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายเป็นผื่นแดงราบ บางที่เป็นตุ่มใส บางที่เป็นตุ่มกลัดหนอง และบางที่เริ่มตกสะเก็ด โดยปกติโรคไข้สุกใสสามารถหายได้เอง หลีกเลี่ยงการแกะเกา ดื่มน้ำให้มาก รับประทานอาหารตามปกติและพักผ่อนให้เพียงพอ หรือฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุกใส สามารถเริ่มฉีด ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี
7. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Gastroenteritis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตาไวรัส (Rota virus) มักพบในเด็กทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และมักมีอาการไข้ และ อาเจียน การป้องกันเบื้องต้นทำได้โดยรับประทานอาหารที่สุก ล้างมือให้สะอาด จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายได้
การดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่า สะอาด ถูกหลักสุขอนามัย รวมทั้งออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอก็จะเป็นตัวช่วย เบื้อง ต้นในการป้องกันโรคร้ายที่จะทำให้ร่างกายเราอ่อนแอ ร่างกายเราเองหากเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดย ชนัดดา บุญครอง / www.thathealth.or.th
ข้อมูลจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
อ้างอิงจาก : http://www.thaihealth.com

Share